ยาสามัญประจำบ้าน ยุค New Normal ที่ทุกบ้านต้องมี เพราะในช่วงนี้ หลาย ๆ คนต้องทำงานอยู่ที่บ้าน หรือต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน ซึ่งในสถานการณ์แบบนี้ อาจจะมีความกังวลในเรื่องของสุขภาพ และหากเกิดอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อยก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะไปโรงพยาบาล คลินิก หรือร้านขาย เพราะกลัวในการออกไปข้างนอกแล้วเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คุณจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของยาสามัญประจำบ้านให้มากขึ้นกว่าเดิม จากยาสามัญประจำบ้านตัวเดิม ๆ ที่คุณต้องมีแล้ว ยังต้องเพิ่มยาส่วนไหนมาอีก ตามเราไปดูกันเลย

9 ยาสามัญประจำบ้าน ยุค New Normal ที่ทุกบ้านต้องมี

ชุด ยาสามัญประจำบ้าน

1. พาราเซตามอล (Paracetamol)

ยาพาราเซตามอล เป็นยาสามัญประจำบ้านที่คุณจำเป็นต้องมีติดบ้านเอาไว้ เป็นยาที่ใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดและช่วยลดไข้ โดยนิยมใช้เพื่อรักษาอาการปวดทั่วไป อาการปวดศีรษะ หรือไข้หวัดใหญ่ ซึ่งพาราเซตามอลสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องได้รับใบสั่งยาจากแพทย์ แต่ควรเว้นระยะห่างกันทุก ๆ 4 – 6 ชั่วโมง ในการรับประทาน และไม่ควรใช้เกินขนาด 500 – 1,000 มิลลิกรัมต่อการใช้งานในแต่ละครั้ง

2. กลุ่มยาแก้ปวด แก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์

นอกจากยาพาราเซตามอลที่ควรมีติดบ้านแล้ว ยาในกลุ่มยาแก้ปวด ยาลดไข้ และยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ก็ควรมีติดบ้านไว้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นยาบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน ที่ผู้หญิงนิยมใช้บรรเทาอาการปวด หรือยาแก้อักเสบจากการปวดข้อ ปวดแผลหลังการผ่าตัด เป็นต้น

3. ยาป้องกันและรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน และวิงเวียนศีรษะ

ยาป้องกัน และรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน และวิงเวียนศีรษะ หรือภาวะป่วยที่อาจเกิดจากการเดินทาง ยาสามัญประจำบ้านที่ควรมีติดบ้านเอาไว้ เผื่อในกรณีที่คุณต้องเดินทางไปไหนมาไหน ซึ่งยาเหล่านี้จะส่งผลต่อการทำงานของสมอง และช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือวิงเวียนศรีษะได้

4. ยาประเภท Antihistamine ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก

ภายในบ้านของเรา ควรที่จะมียาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก หรือยาประเภท Antihistamine กลุ่มสารต้านฮีสตามีน เอาไว้ด้วย เป็นยาที่ใช้ในการลดอาการแพ้จากภูมิแพ้ บรรเทาอาการน้ำมูกไหล หรือการจาม

อุปกรณ์ทำแผล ยาสามัญประจำบ้าน

5. ยาขับเสมหะ หรือยาละลายเสมหะ

หากมีน้ำมูก หลายคนจึงมีเสมหะตามมาด้วย ยาสามัญที่ควรมีติดบ้านอีกอย่าง นั่นก็คือ ยาขับเสมหะ หรือยาละลายเสมหะ ที่จะช่วยขับเสมหะ ช่วยสลายมูกเหนียวข้นให้เจือจางลงให้คุณสามารถหายใจได้สะดวกขึ้น และช่วยบรรเทาอาการไอแบบมีเสมหะให้หายเร็วยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ จะดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งมะนาว หรือน้ำอุ่นธรรมดาบ่อย ๆ ก็ได้เช่นกัน เพื่อให้ชุ่มคอ ลดการระคายเคือง และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

6. วิตามินบำรุงร่างกาย

ยาสามัญประจำบ้านยุคใหม่ ควรมียาจำพวกวิตามินบำรุงร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ยาเม็ดวิตามินบีรวม ยาเม็ดวิตามินซี ยาเม็ดบำรุงโลหิต เฟอร์รัส ซัลเฟต ยาเม็ดวิตามินรวม น้ำมันตับปลาชนิดแคปซูล และน้ำมันตับปลาชนิดน้ำ เพื่อช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และป้องกันการขาดวิตามินชนิดต่าง ๆ

7. ยาใส่แผล

ยาใส่แผล เป็นยาสามัญประจำบ้านที่ขาดไม่ได้ ควรมีติดไว้ตลอด เนื่องจากเป็นยาทาภายนอกที่ช่วยป้องกันเชื้อโรคและเชื้อไวรัสได้ ไม่ว่าจะเป็นยาใส่แผลทิงเจอร์ไอโอดีน ยาใส่แผลทิงเจอร์ไทเมอรอซอล ยาใส่แผลโพวิโดน-ไอโอดีน ยาไอโซโพรพิล แอลกอฮอล์ ยาเอทิล แอลกอฮอล์ น้ำเกลือล้างแผล และน้ำยาฆ่าเชื้อโรคคลอโรไซลีนอล เพื่อช่วยทำความสะอาด และรักษาแผลของคุณให้ดีขึ้น แถมยังป้องกันเชื้อโรคที่จะทำให้แผลของคุณสกปรก อักเสบ หรือเป็นเรื้อรังได้

8. ยาทาแบบครีม ในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์

ยาทาแบบครีม ในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ เป็นอีกสิ่งที่ควรมีติดบ้านเอาไว้ เพราะมีฤทธิ์รักษาภาวะต่าง ๆ จากการอักเสบ บรรเทาอาการแพ้ของผิวหนัง ผื่นและผิวหนังอักเสบเรื้อรัง และลดอาการคันจากภาวะผื่นแพ้ได้

9. ครีมนวดบรรเทาปวด

การทำงานอยู่ที่บ้าน ทำให้คุณต้องนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ ครีมนวดบรรเทาปวด เหมือนเป็นไอเทมสำคัญอีกชิ้นหนึ่ง ที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยลงได้ ไม่ว่าจะปวดหลัง ปวดคอ หรือปวดขา รวมไปถึงแผ่นแปะบรรเทาอาการปวด ที่ให้คุณแปะติด เพื่อลดอาการปวดให้บรรเทาลงได้

และนี่ก็เป็นกลุ่มยาสามัญประจำบ้าน ยุค New Normal ที่ทุกบ้านต้องมี ในการดูแลตัวเอง และคนภายในบ้าน รวมไปถึงแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ หน้ากากในการป้องกันเชื้อโรค รวมไปถึงน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและไวรัส ที่คุณต้องใช้ในการทำความสะอาดสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้าน เพื่อให้บ้านของคุณสะอาด และห่างไกลจากเชื้อไวรัสโควิด-19 นั่นเอง

สำหรับสายปาร์ตี้ รักในการสังสรรค์ก็มักจะเจอเรื่องที่ตามมาหลังการฉลอง นั่นก็คือ อาการเมาค้างในตอนเช้านั่นเอง ซึ่งคุณสามารถแก้อาหารเมาค้างลงได้ ด้วย 8 ตัวช่วยอาหารแก้เมาค้าง ในวันที่ดื่มหนัก ที่จะช่วยทำให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ และหายเมาค้างไปเลย คลิกอ่านต่อได้ที่นี่